ข้าพเจ้าอ่านหนังสือ เข็มทิศชีวิต เล่มสอง บทที่ว่าด้วย เข็มทิศแห่งความรัก ในชื่อบทความว่า พลังแห่งรัก เป็นบทความที่กล่าวถึง เวลาที่คุณต้องการความรักจากใครสักคน เขาเองก็อาจกำลังต้องการความรักเหมือนกัน แล้วใครควรให้ใครก่อน และทันทีที่เรารู้ทันถึงความหมายของสิ่งที่เราต้องการนี้ เราก็ไม่จำเป็นต้องรอที่จะแสดงความรักต่อผู้อื่น ไม่ต้องรอให้ผู้อื่นมาแสดงความรักต่อเราก่อนเราถึงจะแสดงความรักตอบ และมันจะทำให้เรารู้ว่า ความรักนั้นมีอยู่รอบตัวจนแทบไม่ต้องแสวงหา เพียงเข้าใจ และเริ่มต้นที่ตัวเราเองก่อน
ข้าพเจ้าเคยบันทึกเรื่อง ยุคแห่งการใช้ความรักสิ้นเปลือง ว่าด้วย หากพูดประโยคนี้กับสังคมสมัยนี้คงไม่ผิดนักที่จะบอกว่า...ความรักในแบบที่วัยรุ่นสมัยนี้ใช้กันนั้นช่างดาษดื่น...และไร้คุณค่ารวมถึงความหมายในคำว่า รัก อย่างสิ้นเชิง...
ความรักนั้นย่อมอดทนนานและกระทำคุณให้ ความรักไม่อิจฉา ไม่อวดตัว ไม่หยิ่งผยอง ไม่หยาบคาย ไม่คิดเห็นแก่ตนเองฝ่ายเดียว ไม่ฉุนเฉียว ไม่ช่างจดจำความผิด ไม่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติผิด แต่ชื่นชมยินดีเมื่อมีการประพฤติชอบ ความรักทนได้ทุกอย่างแม้ความผิดของคนอื่น และเชื่อในส่วนดีของเขาอยู่เสมอ และมีความหวังอยู่เสมอ และทนต่อทุกอย่าง
( 1 โครินธ์ 13 : 4-7 )
คนๆนึง เกิดมาและได้รัก คนอีกคนนึงตลอดช่วงชีวิต ที่มีลมหายใจกลายเป็นเรื่องล้าสมัย...รักๆเลิกๆ กลับกลายเป็นแฟชั่นที่ใครหลายคนใช้เพื่อบรรเทาสภาพจิตแห่งความเหงา...ความเศร้าซึม รักชั่วฟ้าดินสลายกลายเป็นเรื่องน้ำเน่า แต่รักแบบชั่วข้ามคืนกลับได้รับความนิยมมากขึ้นๆทุกที
ความรักของคนเป็นอันมากจะเยือกเย็นลง เพราะความชั่วช้าจะแผ่ขยายออกไป
(มัทธิว 24:12)
การใช้คำว่ารักสิ้นเปลืองแบบนี้ดีแล้วหรือ...รักที่ต้องสูญเสียคุณค่าเพียงเพราะต้องแลกด้วย อารมณ์ใคร่ ดีแล้วหรือ...เพียงเพราะ คำว่ารักที่ไร้ความหมาย คุ้มแล้ว...จริงหรือ? อย่าทำให้ความรักกลายเป็น อาหารจานด่วนที่เปิดขายตามห้างสรรพสินค้าเลย คุณค่าของความรัก มีมากกว่านั้นเยอะ
ทุกวันนี้...การใช้ชีวิตประจำวันเปลี่ยนไปทุกอย่างต้องเร่งรีบแข่งกับเวลา เพื่อสิ่งลวงตาภายนอกจำพวกเงินทอง ความมั่งคั่ง ลาภยศ และวัตถุที่สนองความอยาก ไม่ยกเว้นแม้แต่ความต้องการที่จะได้รับความรู้สึกดีๆ บอกความรู้สึกต่อกันและกันก็ยังเป็นไปอย่างฉาบฉวย ไร้ซึ่งรสนิยม ไร้ซึ่งความรักความจริงใจต่อกัน และไร้ซึ่งความสุนทรีย์ภายใน
จงให้ความรักปราศจากมารยา จงเกลียดชังสิ่งที่ชั่ว จงยึดมั่นในสิ่งที่ดี
(โรม 12:9)
เวลาเราบอกรักใคร เรารู้สึกแบบนั้นจริงๆรึเปล่า หรือเพียงแค่ใครอีกคนถามเราจึงตอบ เหมือนเวลาสั่งอาหารจานด่วน บอกปุ๊ปได้รับปั๊ป แต่รสชาติเป็นยังไงไม่สน หรือแค่ต้องการอะไรจากใครอีกคน เพียงเท่านั้น... เหล่านี้ขอท่านไตร่ตรอง
ดังนั้นยังตั้งอยู่สามสิ่ง คือความเชื่อ ความหวังใจ ความรัก แต่ความรักยิ่งใหญ่ที่สุด
(1โครินธ์ 13:13)
::คำอธิษฐาน::
ข้าแต่องค์พระผู้เป็นเจ้า พระเจ้าแห่งจักรวาล ผู้ทรงดำรงในกาลเวลา ขอพระองค์ทรงช่วยให้ข้าพระองค์บริบูรณ์พร้อมในความเชื่อ ในความหวังใจ และความรัก เพราะข้าพระองค์รู้ว่า แม้ข้าพระองค์จะบริบูรณ์สักเพียงใดก็ไม่อาจเทียบกับที่พระองค์ทรงบริบูรณ์พร้อม เพราะพระองค์ทรงรักข้าพระองค์อย่างไม่มีเงื่อนไข จนได้ส่งพระบุตรองค์เดียวของพระองค์ลงมาเพื่อไถ่บาปให้แก่ข้าพระองค์ทั้งหลายด้วยการสิ้นพระชนม์บนไม้กางเขน
ขออย่าให้ข้าพระองค์ต้องเสียทั้งสามสิ่งนี้ไปแม้เพียงน้อย แต่ขอพระองค์ทรงเติมทั้งสามสิ่งให้เพิ่มขึ้นๆ ในทุกๆวันด้วยเถิด
เพราะพระเกียรติสิริ พระราชอำนาจ ฤทธิ์เดช และทุกสรรพสิ่งเป็นของพระองค์มาแต่เดิม และจะเป็นของพระองค์สืบๆไปเป็นนิตย์
ข้าพระองค์ขอทูลวิงวอนและขอขอบพระคุณพระองค์ในนามแห่งพระมหาเยซูคริสตเจ้า อาเมน








ไม่มีความคิดเห็น:
แสดงความคิดเห็น